หลักการและเหตุผล

กรมธนารักษ์เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง  ที่มีหน้าที่ปกครองดูแลและจัดหาประโยชน์      ในที่ราชพัสดุ การบริหารที่ราชพัสดุให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงเป็นภารกิจหลักที่สำคัญ      ประการหนึ่ง การที่ในแต่ละจังหวัดมีที่ราชพัสดุจำนวนมาก กระจายไปตามตำบล หมู่บ้านต่างๆ ในขณะที่บุคลากรและงบประมาณมีจำกัด ย่อมยากแก่การบริหารที่ราชพัสดุให้มีประสิทธิภาพ

        จังหวัดสกลนคร มีที่ดินราชพัสดุที่ขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน ๓,๗๑๗ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๐.๑๐๙     ล้านไร่มูลค่า  13,626 ล้านบาท  อาคารจำนวน   ๑๑,๖๕๓   หลัง  มูลค่า ๗,๖๒๕  ล้านบาท กระจายไป    ทั่วทั้ง ๑๘ อำเภอ  ๑๒๔  ตำบล ๑,๕๒๐  หมู่บ้าน ซึ่งตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครองดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๔๕ ข้อ 19 กรณีที่ผู้ใช้ที่ราชพัสดุประสงค์จะรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุในกรุงเทพมหานคร ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี       กรมธนารักษ์ก่อน …………………………..การรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ราชพัสดุในจังหวัดอื่น       ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน……………………………..

        ข้อ ๒๐ อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นที่ราชพัสดุที่ไม่ต้องขออนุญาตรื้อถอนจากอธิบดีกรมธนารักษ์   หรือผู้ว่าราชการจังหวัดตามที่กำหนดในข้อ ๑๙ มีดังต่อไปนี้

(๑) อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ก่อสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี

(๒) อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุดจนใช้ในราชการไม่ได้

(๓) อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวกับราชการลับทางทหาร

(๔) อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเดิมเพื่อปลูกสร้างใหม่ทดแทนตามที่ได้รับงบประมาณ……

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่จะรื้อถอนตามข้อ ๑๙ หรือข้อ ๒๐ มีลักษณะที่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม หรือสถาปัตยกรรมที่ควรอนุรักษ์ไว้ หรือมีสภาพที่ยังใช้ประโยชน์ในทางราชการต่อไปได้ ก่อนแจ้งขออนุญาตรื้อถอนตามข้อ ๑๙ หรือก่อนทำการรื้อถอนตามข้อ ๒๐ แล้วแต่กรณี ให้ผู้ใช้       ที่ราชพัสดุแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน พิจารณาเหตุผลและความจำเป็นตลอดจนปฏิบัติ    ให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของผู้ใช้ที่ราชพัสดุ

ในทางปฏิบัติเมื่อส่วนราชการเห็นว่าเป็นอาคารอายุเกิน ๒๕ ปี หรือชำรุดไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือได้รับงบประมาณทดแทน ก็จะใช้อำนาจอนุมัติรื้อถอนอาคารตามข้อ ๒๐ เนื่องจากการพิจารณาตามข้อ ๒๑         ไม่มีคำนิยามที่ชัดเจน โดยเฉพาะอาคารที่เป็นอาคารไม้ประกอบกับมีสถานศึกษายุบควบรวมทำให้ปล่อยอาคารทิ้งไว้ชำรุดแล้วขอรื้อถอน สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สกลนครเห็นว่า ในจังหวัดสกลนครมีอาคารหลายหลังสมควรอนุรักษ์ไว้ เช่น อาคารที่ประทับ อาคารทรงเปิด อาคารเก่าแก่ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้อาคารเหล่านี้คงอยู่เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นไม่ต้องมโนภาพหรือดูจากภาพถ่าย และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เห็นควรจัดทำทะเบียนหรือบัญชีรวบรวมไว้ในระบบสารสนเทศ โดยได้ประสานกับมณฑลทหารบกที่ 29  มหาวิทยาลัย     ราชภัฏสกลนคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร สำนักศิลปากรที่ ๘ (ขอนแก่น) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินอนุรักษ์อาคารดังกล่าวต่อไป